บันทึกบทความไว้อ่านภายหลังเรียบร้อย

Bohemian Raspsody - Someone born to be a legend

เผยแพร่แล้ว เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 - 10:34 น.
AA 51
มารีวิวหนังอีกเรื่องนะคะ ช่วงนี้มีหนังที่ชอบ ดูแล้วอยากมาบอกเล่าเข้าโรงรัวๆ เลยมีรีวิวหนังรัวๆ เช่นกัน 555 กับเรื่องนี้ค่ะ


Bohemian Raspsody
Bohemian Raspsody


Bohemian Raspsody
กำกับโดย Bryan Singer
เขียนบทโดย Anthony McCarten
เรื่องราวโดย Anthony McCarten และ Peter Morgan
นักแสดง
Rami Malek เป็น Freddie Mercury


Lucy Boynton เป็น Mary Austin


Gwilym Lee เป็น Brian May
Ben Hardy เป็น Roger Taylor
Joseph Mazzello เป็น John Deacon (as Joe Mazzello)


Aidan Gillen เป็น John Reid
Allen Leech เป็น Paul Prenter


Tom Hollander เป็น Jim Beach



เรื่องย่อ
เรื่องราวนับตั้งแต่เริ่มต้นของเฟร็ดดี้ เมอร์คิวรี่ นักร้องนำวงตำนานอย่าง QUEEN นับตั้งแต่เขายังเป็นเพียงเด็กขนกระเป๋าในสนามบิน จวบจนกระทั่งถึงคอนเสิร์ตในตำนานของวงควีนที่นักร้องนักดนตรีทุกคนต่างยกย่องให้เป็นการแสดงคอนเสิร์ตที่ดีที่สุดในโลกครั้งหนึ่งใน Live Aid



ความรู้สึกที่ได้ดู
เป็นหนังที่ทำร้องไห้ตลอดเรื่องเลยค่ะ ทั้งที่จริงๆ นี่ไม่ใช่แฟนวงควีนเลยนะ คือรู้จักบางเพลง (แบบที่รู้จักทั้งชื่อเพลงและเคยฟังด้วย) ที่ดังๆ จริงๆ อย่าง We Will Rock You / Love of My Life / We Are the Champion แค่นั้น (แต่ตอนดูหนังเรื่องนี้ก็มีอีกหลายเพลงที่เคยฟัง คุ้น รู้ว่าดัง แต่ไม่รู้ว่าชื่อเพลงอะไรอีกหลายเพลงเลยค่ะ)


แต่บอกไม่ถูก...ทั้งที่ไม่ใช่แฟนวงควีน แต่หนังเรื่องนี้มันมีอะไรหลายอย่างที่มันทำให้เรารู้สึกเศร้า สัมผัสถึงความโดดเดี่ยวของเฟร็ดดี้ในเรื่องนี้ แม้ว่าเราจะเห็นว่าเขามีความเป็น "ศิลปิน" สูงมาก มีความคิดสร้างสรรค์สูงสุดๆ แต่ขณะเดียวกันเขาก็มีด้านที่โหยหาอะไรหลายๆ อย่าง ช็อตที่เขาคุยกับแมร์รี่ทางโทรศัพท์ การให้อีกฝ่ายดื่มร่วมกัน ลองปิดเปิดไฟ...มันแบบ...ไม่รู้ว่าคนอื่นเป็นเหมือนเราไหม...แต่เราเศร้ามากนะ




สิ่งที่เราอยากพูดถึงสำหรับหนังเรื่องนี้อีกเรื่องก็คือ ความสัมพันธ์ระหว่างเฟร็ดดี้และแมร์รี่ที่ช่าง Bitter Sweet เหลือเกิน (ซึ่งแปลกใจมากว่า ขณะที่เราแขยงความสัมพันธ์กึ่งใช้งานในหนังสือหยดน้ำหวานในหยาดน้ำตามาก แต่กลับเรื่องนี้ เรากลับรู้สึกโอเคกับมัน ซึ่งคิดว่าเป็นเพราะในหนังสือไม่ได้ทำให้เรารู้สึกว่าฝ่ายชายรักและต้องการฝ่ายหญิงในเชิงจิตวิญญาณ แต่อยากให้อยู่เพื่อให้ "ทำงานได้" ขณะที่พอทำงานไม่ได้ ก็กลับอยากให้ฝ่ายหญิงจากไป (ถึงท้ายที่สุดก็ยอมให้ไปไม่ได้อยู่ดี) ซึ่งเรารู้สึกว่าโคตรเห็นแก่ตัว ขณะที่เฟร็ดดี้แตกต่างไปเยอะค่ะ)



คือ ตอนดูหนัง เรารู้สึกเลยว่า...เฟร็ดดี้แล้วในหัวใจเขารักและขาดผู้หญิงคนนี้ไม่ได้นะ คือ เขาอยากมีเธอในชีวิต เพียงแต่ผู้หญิงไม่สามารถทำใจยอมรับได้กับการอยู่ด้วยกันแบบนั้น แต่โอเค ถึงจะมีเธอเป็นคู่ชีวิตไม่ได้ เขาก็ขอมีเธออยู่ใกล้ๆ ดังนั้นเมื่อแมร์รี่เกิดห่างเหินออกไปด้วยสภาวะที่แปรเปลี่ยนไป...เฟร็ดดี้ก็เริ่มเป๋กับชีวิต ดิ่งลงเหวในหลายๆ เรื่อง (ซึ่งแมร์รี่อาจจะไม่ใช่ปัจจัยเดียว แต่เป็นปัจจัยหลักหนึ่งเลยแหละ) และท้ายที่สุด คนที่กลับมาถึงให้เฟร็ดดี้อยู่ในลู่ในทางอันสมควร...ก็ยังเป็นแมร์รี่





แล้วพอดูหนังจบ มีเพื่อนแชร์การสัมภาษณ์เฟร็ดดี้เรื่องของแมร์รี่ ซึ่งมันตรงมาก เพราะเฟร็ดดี้บอกว่า สำหรับเขาแล้ว ไม่เคยมีใครแทนที่แมร์รี่ในหัวใจเขาได้...แต่ก็นะ...ความต้องการทางร่างกาย มันสวนทางกับหัวใจน่ะ เราเป็นแมร์รี่เอง...เราก็ยังไม่รู้ว่าเราจะเลือกทางไหนเหรอ หนึ่งคือเลือกแบบแมร์รี่ เลือกที่จะมีชีวิตและคนที่รักเธอได้คนเดียว มีรสนิยมทางเพศที่ตรงกัน กับ สอง อยู่กับเขาทั้งที่รสนิยมทางเพศของเขาเป็นสิ่งที่เรายอมรับไม่ได้...คงมีไม่กี่คนที่จะยอมเลือกทางที่สองนะคะ




ความงดงามอีกอย่างคือความสัมพันธ์ของคนในวงควีน คือแบบ...เออ ทะเลาะกัน แทบจะต่อยกัน แต่ก็ยังคงรักกัน ยังคงขาดแต่ละคนไม่ได้ และท้ายที่สุดก็อยู่เคียงข้างกันสร้างประวัติศาสตร์ด้วยกัน มันเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่ได้สมบูรณ์แบบที่แบบรักกันมากมายหรือไม่มีเรื่องขัดแย้งกันเลย แต่มันเป็นความสัมพันธ์ที่ "จริง" มาก และเป็นความสัมพันธ์ที่งดงามในอีกแบบหนึ่ง ระหว่างเพื่อนกับเพื่อน ที่เป็นยิ่งกว่าเพื่อน แต่เป็นคนในครอบครัวเดียวกัน ที่ร่วมกันสร้างบางสิ่งด้วยกัน ผูกพันกัน และไม่สามารถทิ้งกันได้




ซึ่งส่วนหนึ่งก็อาจจะเป็นเพราะมีสมาชิกในวงที่คอยกำกับดูแลการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยค่ะ ทำให้เราเห็นหลายๆ แง่มุมที่คนทั่วไปอาจจะไม่รู้ เช่น การกำเนิดของการสร้างจังหวะด้วยร่างกายใน We Will Rock You ที่เกิดจากสมาชิกคนหนึ่งของวง การที่ทำไมหลังๆ ทุกเพลงจึงไม่มีการระบุว่าเป็นเพลงที่สมาชิกคนไหนเขียนแต่ใช้ชื่อวงแทนทั้งหมด (และแน่นอน ทำให้ไม่มีด้านมืดของสมาชิกคนอื่นมาปรากฏด้วย นอกจากไม่อยากทำให้น้ำหนักหนังเป๋ไปจากเฟร็ดดี้แล้ว ส่วนหนึ่งก็น่าจะเพราะใครจะยอมให้พูดถึงตัวเองในด้านร้ายในหนังกันเล่า)




และสิ่งที่ได้อีกอย่างจากหนังเรื่องนี้ก็คือ การตัดสินใจในแต่ละเรื่องของชีวิตนั้น...สำคัญมากจริงๆ ใครบางคนสูญเสียวงดนตรีที่จะกลายเป็นตำนานไปตลอดกาลเพราะไม่สามารถยอมรับความคิดใหม่ๆ ได้ ใครบางคนต้องมีชีวิตที่ดิ่งลงเหว เพราะการตัดสินใจที่จะเชื่อคนที่ผิด...แต่นั่นแหละ...จะมีใครฉลาดและตัดสินใจได้ถูกกับทุกเรื่องของชีวิตกันนะ...ชีวิตมันไม่เคยง่ายขนาดนั้นหรอก




อีกอย่างที่เราได้จากหนังเรื่องนี้


....


เราคงต้องสารภาพว่า ตอนที่ได้ยินว่าเฟร็ดดี้เป็นเอดส์ ณ เวลานั้นเรารู้สึกว่าสมควรแล้วนะคะ กับการใช้ชีวิตแบบนั้น เล่นทั้งยา มั่วทั้งเซ็กซ์ แต่พอได้มาดูหนังแล้ว...มันเหมือนเปิดทั้งตาและหัวใจเราให้กว้างขึ้นว่า...บางทีมันมีสาเหตุและที่มามากมายที่จะทำให้คนๆ หนึ่งกลายเป็นคนแบบนั้น ความเปลี่ยวเหงา การไม่มีใครที่รักและเข้าใจจริงๆ อยู่เคียงข้าง มันทำให้เขาหาทางออกและไขว่คว้าไปในอีกทิศทางหนึ่ง ซึ่งจริงๆ ต้องขอบคุณหนังเรื่องนี้มากๆ ที่ทำให้เราลดอคติในเรื่องนี้ไปได้เยอะเลย (เราไม่ได้แอนตี้เกย์ แต่เราแอนตี้การมากรัก มั่วเซ็กซ์ และการเล่นยา)

เพราะบางที...สำหรับบางคน...สิ่งเหล่านั้นคือสิ่งที่ทำให้เขาลดความเจ็บปวด แม้จะชั่วคราวและไม่ได้ช่วยรักษาบาดแผลใดๆ ได้เลย...แต่กับบางคน มันทนอยู่กับความเปลี่ยวเหงาและขาดหายแบบนั้นไม่ได้จริงๆ เขาอ่อนแอเกินไป จึงต้องพึ่งพาสิ่งเหล่านั้นน่ะนะ





สรุปแล้ว มันมีความงามหลายอย่างในหนังเรื่องนี้ เป็นหนังที่ทำให้เราเปลืองน้ำตาแบบบ้าบอมาก เป็นหนังที่ดีเรื่องหนึ่ง สาวกวงควีนคงไม่พลาดอยู่แล้ว แต่สำหรับคนที่ไม่ใช่แฟนวงควีน (อย่างเรา) ก็ยังรู้สึกดีที่ได้ดูหนังเรื่องนี้นะคะ




ปิดท้ายด้วยคลิปคอนเสิร์ต Live Aid อันจริงค่ะ (ในหนังนี่ตอนคอนเสิร์ตนี่ข้าพเจ้าน้ำตาไหลจนจบ 555) แต่ในหนังมีตัดออกไปบางเพลงนะคะ


ความคิดเห็นต่อบทความ

  • ความเห็นบน MagGang(0)

  • ความเห็นบน Facebook()

default avatar
  • sticker1
  • sticker2
  • sticker3
  • sticker4
  • sticker5
  • sticker6
  • sticker7
  • sticker8
  • sticker9
  • sticker10
  • sticker11
  • sticker12
  • sticker13
  • sticker14
  • sticker15
  • sticker16
  • sticker17
  • sticker18
  • sticker19
  • sticker20
ความเห็นล่าสุด
  •  
คัดลอก URL แล้ว

Bohemian Raspsody - Someone born to be a legend